ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ข่าวอาร์เซนอล ฟุตบอลวาไรตี้

คิดให้ดีก่อนส่งเช็กลงดวลทีมเก่า

นับเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่หนึ่งในสโมสรระดับบิ๊กของ พรีเมียร์ ลีก อย่าง อาร์เซนอล ไม่ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลถ้วยในเวทียุโรป ไม่ว่าจะเล็ก-ใหญ่ ทำให้เกมที่จะเจอกับ เชลซี ในศึกนัดชิงชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ มีความหมายต่อพวกเขายิ่งนัก

เกียรติยศระดับทวีปของพวกเขาเกิดขึ้นล่าสุด ต้องไล่ย้อนหลังไปถึงฤดูกาล 1993-94 กันเลย หลังคว้าเอารางวัล ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ มาครองได้ หลังจากนั้นก็ห่างหายกับความสำเร็จนี้มาตลอด เฉียดเข้าใกล้มากที่ก็เป็นได้เพียงแค่รองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า ไป 2-1 เมื่อ ปี 2006

อูไน เอเมอรี่ นายใหญ่ของทีม “ปืนใหญ่” ซึ่งถือเป็นยุคใหม่ หลังการลงตำแหน่งของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือระดับตำนานของทีมนั้นจึงมีโอกาสดีอย่างยิ่งที่จะเปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีม ด้วยถ้วยรางวัลที่แม้จะไม่ใช่ใบใหญ่สุดในเกมระดับยุโรป แต่ก็ล้ำค่าด้วยเกียรติยศไม่แพ้ใคร

เพียงแต่เขาจะต้องไม่ทำตามกระแสข่าวที่ออกมาในช่วงก่อนเกมจะบังเกิดนี้ …

ซึ่งนั่นก็คือการที่จะเลือกส่ง ปีเตอร์ เช็ก ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมดังกล่าว เพื่อเป็นการตอบแทนและเป็นของรางวัลแก่เจ้าตัวที่จะแขวนถุงมือยุติเส้นทางค้าแข้งเอาไว้เมื่อจบสิ้นฤดูกาลนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นการส่งท้ายอันสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง ในการลงเล่นกับคู่แข่งที่เป็นอดีตสโมสรที่ เช็ก เคยค้าแข้ง และ ประสบความสำเร็จด้วยนานหลายปีอย่าง “สิงห์ไฮโซ”

แต่นั่นอาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีสำหรับ อาร์เซนอล เท่าไหร่นัก

อ้างอิงจากทรรศนะของ โทนี่ คาสคาริโน่ อดีตศูนย์หน้าของ เชลซี ซึ่งยืนยันหนักแน่นว่า การเลือกส่ง เช็ก ลงเล่นในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของสโมสรนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการมี แบรนด์ เลโน่ มือหนึ่งประจำการอยู่แล้วด้วย

ใช่ มันอาจจะเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของ เช็ก มันอาจจะมีความหมายสุดลึกซึ้งในการหันหลังให้กับเกมลูกหนัง ด้วยการเจออดีตทีมรักของตัวเอง มันอาจจะมีดราม่าเกิดขึ้นตามมาได้มากมาย แต่นั่นไม่ได้แปลว่า มันจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับสโมสร

ก่อนหน้านี้เองก็มีกระแสข่าวว่า บรรดา “เดอะ กันเนอร์ส” เองก็ต้องการที่จะให้ นายด่านวัย 37 ปี นั่งอยู่ข้างสนามเพียงเท่านั้น หลังจากมีรายงานออกมาว่า เจ้าตัวเตรียมที่จะกลับไปทำงานในถิ่น แสตมฟอร์ด บริดจ์ ในตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา ในซีซั่นหน้า

และทาง คาสคาริโน่ เองก็เห็นด้วยที่จะให้ดร็อก เช็ก เป็นเพียงตัวสำรองในเกมที่ บากู แต่แน่นอนว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการที่ เช็ก จะไปทำงานกับ เชลซี ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แต่อย่างใด

“ปีเตอร์ เช็กไม่ควรที่จะได้ลงเล่นในเกมนัดชิงยูโรป้า ลีก” เขาร่ายใน The Times

“ไม่ใช่ว่าเพราะเขากำลังจะไปทำงานให้กับ เชลซี แต่นั่นเพราะ ด้วยวัยขนาดนี้แล้ว เขาไม่สามารถเทียบเคียงกับมือหนึ่งอย่าง แบรนด์ เลโน่ ได้เลย”

“คือถ้าจะให้พูดแบบเว่อร์ไปเลยก็คือคงบอกว่า ถ้ากุนซือคนไหนเลือกที่จะให้มือสองของทีมลงเฝ้าเสาในเกมที่มีความสำคัญระดับนี้เดิมพันแล้วล่ะก็ เหมือนเอาคอตัวเองไปพาดเขียงเลยล่ะ มันไม่เม็คเซ้นส์เลยสักนิด”

“เช็ก เป็นมือสอง ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับนะ ทีมจ่ายไป 19 ล้านปอนด์เพื่อแลกตัว เลโน่ มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว เพราะว่า เช็ก กำลังอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งมันคงพิลึกน่าดู ถ้าจะให้นายประตูที่อายุตั้ง 37 ปี ลงเล่นในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฤดูกาลแบบนี้”

“เดิมพันมันสูงมากเลยนะ ทั้งถ้วยแชมป์ ชัยชนะที่แฟนบอล และ สโมสรรอคอยมานาน ไหนจะตั๋วแชมป์เปี้ยนส์ ลีกในปีหน้า แล้วก็เม็ดเงินมากมายที่จะเข้ามาอีก ถ้าได้แชมป์ อาร์เซนอล จะได้ประโยชน์มากมายจากตรงนี้ รวมทั้งการดึงดูดสตาร์ที่อยากจะเสริมทัพในปีหน้าด้วย คือ คุณจะแลกสิ่งเหล่านั้นเพื่ออารมณ์ ความรู้สึกบางอย่างไม่ได้หรอก”

“มันเข้าใจได้นะว่าทำไมสโมสรถึงให้ประตูมือสองลงเล่นในบอลถ้วย ก็เพื่อรักษาความฟิต แล้วก็มีสมาธิตลอดซีซั่น แต่นี่มันเกมที่ชี้ชะตาซีซั่นนี้ของ อาร์เซนอล เลยนะ เกมใหญ่สุดตั้งแต่ อูไน เอเมอรี่ เข้ามาคุมทีมเลย แล้วก็เป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาลแล้วด้วย เหตุผลเรื่องรักษาความฟิตของ เช็ก จึงตัดไปได้เลย นี่คือเกมสุดท้าย และ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะชนะมากกว่าหากว่า เลโน่ ยืนเฝ้าเสา อันนี้ผมพูดตรงๆ”

“แฟนบอลของ อาร์เซนอล ไม่น่าจะต้องไปคิดเรื่องอนาคตที่เขาจะทำงานกับ เชลซี หลังจบฤดูกาลนี้นะ แต่พวกเขาควรโฟกัสเรื่องที่ว่า นี่ไม่ใช่ ปีเตอร์ เช็ก คนเดิมอีกแล้ว”

คาสคาริโน่ ยังยกตัวอย่างเปรียบเทียบสถานการณืที่เกิดขึ้นในการเลือกที่จะส่ง เช็ก ลงเล่น กับเกมที่ วัตฟอร์ด ตัดสินใจส่ง ฮูเรลโญ่ โกเมส เล่นเป็นตัวจริงในเกม เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งอาจจะเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งของ นายด่านชาวบราซิเลี่ยน ซึ่งผลลัพธ์มันคือการโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถล่มเละเทะ 6-0 ก่อนที่ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า จะทำพาทีมทำเทรปเปิ้ลแชมป์ภายในประเทศไปได้เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์

“วัตฟอร์ด ใช้ความรู้สึกนำพา และ ลงเล่นด้วยประตูมือสอง ซึ่งก็คือ โกเมส ในเกมนัดชิงกับ แมนฯซิตี้ ที่พวกเขาแพ้ไป 6-0 นั่นก็เป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเช่นเดียวกันในความรู้สึกของผม” คาสคาริโน่ ต่อ

“มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะลุ้นอะไรในพรีเมียร์ ลีก หรือ ไปเล่นแชมป์เปี้ยนส์ ลีก แล้วก็น่าจะอีกนานด้วยกว่าจะมีลุ้นเตะนัดชิง เอฟเอ คัพ อีกหน แต่กลับส่งผู้รักษาประตูสำรองลงเล่นแทนที่จะเป็น เบน ฟอสเตอร์ ซึ่งดีกว่าเห็นๆ เพียงเพราะนั่นอาจจะเป็นเกมสุดท้ายของ โกเมส”

“ผมคิดว่านักเตะของ อาร์เซนอล เองก็คงจะใจตุ้มๆต่อมๆ แน่ หากว่า เช็ก ลงเล่น พวกเขาคงอยากจะเห็น เลโน่ ยืนเฝ้าเสามากกว่า”

“โดยเฉพาะกับกองหลังที่น่าจะอุ่นใจยิ่ง หากมี เลโน่ อยู่ข้างหลังพวกเขา คือ เช็ก เนี่ยมีจุดอ่อนเรื่องการเปิดบอล เล่นบอลด้วยเท้าอยู่แล้ว แต่ปีนี้ ต้องบอกว่าหนักเลยนะเวลาที่เขาพยายามจะเคลียร์บอลเนี่ย”

“คนที่เล่นเซ็นเตอร์แบ็คเขาต้องอยากที่จะแน่ใจอยู่แล้วว่า จะสามารถส่งบอลคืนผู้รักษาประตูได้ แล้วทีมไม่เสียบอลแบบไม่น่าจะเสีย เพราะผู้รักษาประตูดันเตะบอลเคลียร์ไปเข้าเท้าคู่แข่ง”

“ก็ถ้า เช็ก ลงเล่นจริงๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจจะต้องสวดมนต์ของพรพระเจ้าแล้วล่ะ หากหวังให้เขาเคลียร์บอลสวยๆได้ตลอดทั้งเกมจริง”

เขาว่ามาแบบนี้ … แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดว่ายังไง?